รายละเอียดประกาศ
"อาบพร รอดบุญ" ประธานบริหาร บริษัท พรีมา ไลฟ์ ไทม์ จำกัด ให้ สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า จากศักยภาพ โอกาส และแนวโน้มของธุรกิจขายตรงที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 10% ด้วยมูลค่าตลาดรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท ประกอบกับไลฟ์สไตล์การจับจ่ายของผู้บริโภคที่หันมาใช้ช่องทางของธุรกิจขาย ตรงมากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากในอนาคต ทำให้ตนตัดสินใจขยายเข้ามาในธุรกิจขายตรงแบบหลายชั้น ภายใต้ชื่อ "พรีมา ไลฟ์ ไทม์"
นั่นถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการแตกธุรกิจใหม่ในรอบ 20 ปี จากโรงงานผลิตสินค้า ชื่อว่า "วีแลปส์" เป็นโรงงานที่ได้รับ GMP มาตรฐานสากลจากสถาบัน SGS ฉบับ เอเชี่ยน ไกด์ ไลน์เป็นรายแรกในประเทศไทย มีการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกถึง 90% และมองว่าจากการที่เรามีโรงงานผลิตเป็นของตัวเอง สามารถนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตในเมืองไทย จะทำให้ต้นทุนราคาสินค้าถูกลงอย่างน้อย 25% ด้วยจุดแข็งตรงนี้ จึงเชื่อว่าโอกาสที่จะแทรกเข้ามาในตลาดทำได้ไม่ยาก
ส่วนแผนการตลาดของบริษัท จะเป็นแบบ "มิกซ์แอนด์แมทช์" การนำเอาข้อดีของแผนการตลาดที่มีอยู่ทุกระบบ ไม่ว่าเป็นสแตร์สเต๊ป ไตรนารี่ ไบนารี่ หรือยูนิเลเวล นำมาปรับ จนเป็นแผนตลาดเรียกว่า "ไฮบริค" ที่มีความอเนกประสงค์ สามารถตอบโจทย์กับทุกคนที่เข้ามาที่มีความถนัดแตกต่างกันไป เพราะบางคนเหมาะเป็นนักขาย บางคนเหมาะเป็นนักสร้างโอกาส บางคนเป็นผู้บริโภค ความหลากหลายของแผนจะช่วยให้สมาชิกทุกคนที่เข้ามาร่วมธุรกิจทำงานได้ง่าย สามารถเลือกแผนเหมาะสมกับตัวเอง เป็นจุดที่ทำให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ง่าย
เพื่อรองรับการเติบโตของ ธุรกิจ ล่าสุดบริษัทใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ซื้ออาคารบนถนนรัชดา เพื่อเปิดสำนักงานใหญ่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุง ตกแต่งอาคาร คาดว่าแล้วเสร็จในปี 2554
สำหรับสินค้าแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มพรีมาไลฟ์, กลุ่มพรีมาดีว่า ที่เป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และกลุ่มพรีมาเดลี่ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ในกลุ่มของพรีมาไลฟ์นั้น เราได้แยกออกเป็นกลุ่มเสริมอาหารเพื่อสุขภาพ, กลุ่มเสริมอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนักและกลุ่มเสริมอาหารเพื่อความงาม และที่สำคัญเรามีโรงงานผลิตเอง เพราะนอกจากเรามีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราเอง ยังได้รับการสนับสนุนทีมวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นและยุโรป ทำให้สินค้าแต่ละตัวที่ผลิตออกมาจะไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ อย่างเช่น จีไรซ์ ได้ใช้เทคโนโลยีพิเศษในขั้นตอนการทำ สเปรย์ไดร์ ทำให้ไม่มีกลิ่นหืน และสำหรับน้ำมันรำข้าว โดยเฉพาะขั้นตอนการสกัดน้ำมันเราใช้วิธีการหีบเย็น โดยที่เราเป็นผู้ผลิตเจ้าแรกในประเทศไทยที่ใช้วิธีการหีบเย็นและบรรจุลงในลิคแคป ซึ่งจะทำให้ได้น้ำมันรำข้าวที่ใหม่สดและมีค่าแกมม่าออริซานอลสูง
นอกจากสินค้าที่ใช้บริโภคแล้วนั้น เรายังมีโปรแกรมเพิ่มออกซิเจนให้กับผิวหน้าที่เรียกว่าโปรแกรม Aura Bright (ออร่า ไบรท์) และในอนาคตอันใกล้นี้ทางบริษัทจะทำการเปิดพรีมาช็อป เป็นเสมือนซูเปอร์มาร์เก็ตที่จะจำหน่ายสินค้าในกลุ่มของ พรีมาเดลี่ เป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย
อาบพร บอกว่า เป้าหมายของเธอภายใน 3 ปี คือ การนำพาพรีมาไลฟ์ ไทม์ ขึ้นเป็น 1 ใน 10 บริษัทขายตรงของเมืองไทย และมียอดขาย 1,000 ล้านบาท และก้าวต่อไป การนำพาพรีมาไลฟ์ ไทม์ ขยายไปต่างประเทศ
สนใจ ผลิตภัณฑ์หรือต้องการรายละเอียดเพื่มเติม ติดต่อ คุณไก่ 08 3003 4721
http://prima-lifetime.blogspot.com/
http://sanookthailand.com/?id=3684
http://www.primariches.co.cc/
|